เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

ความสำคัญในการศึกษาดนตรีอยู่ที่การ สร้างและพัฒนาทั้งผู้ฟัง ผู้แสดง ครูดนตรี และนักวิชาการทางดนตรี


ดนตรี เป็นศิลปะประเภทมองไม่เห็น ใช้เสียงเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สึกการสะเทือนอารมณ์ ใช้เวลาเป็นการกำหนดขอบเขต แสดงจุดเริ่มต้นและการจบการใช้เสียงวาดลวดลายต่างๆ ลงไปบนช่องว่างของเวลาประดุจจิตรกรกำลังใช้ปลายพู่กันวาดลายเส้นอยู่บนผืนผ้าใบ ความงามของเสียงแต่ล่ะเสียงความปราณีตของอารมณ์แต่ล่ะอารมณ์ จะถูกถ่ายทอดมายังผู้ฟัง ซึ่งจำเป็นต้องมีภูมิความรู้ในการฟังดนตรีเป้นย่างดีเช่นเดียวกับผุ้ที่ชอบม้า ก็พยายามเรียนรู้เรื่องของม้าให้มากที่สุดหรือผู้ที่ชอบหนังสือก็ต้องขวนขวายหาหนังสือมาอ่านให้ถึงที่สุด

การศึกษาดนตรี จำเป็นต้องมีพื้นฐานและองคืประกอบการศึกษาหลายด้าน เช่นในด้านสังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ การศึกษาในแง่ของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเผ่าพันธ์มนุษย์แต่ล่ะเผ่า การศึกาในแง่ภูมิศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ สภาพภูมิประเทศ ตลอดถึงทรัพยากร วัสดุต่างๆที่หาได้งายในแต่ล่ะสภาพท้องถิ่น หรือการศึกษาในแง่ของภาษาศาสตร์ที่จำเป้นมากในการเรียนดนตรีเช่นคนภาคกลาง ไปฟังดนตรีพื้นเมืองหรือหมอลำทางอีสาน ส่วนใหญ่ฟังม่ค่อยได้เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา ถ้าต้องการสึกษาดนตรีทั่วโลกที่จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาทั่งโลกเช่นเดียวกัน

ดนตรีเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง มีโครงสร้างใหญ่ เช่นเดียวกับภาษาศาสตร์ คือมีภาษาพูด(ใช้วิธีการต่างๆ กันหลายวิธี เช่นการบรรเลงด้วยการใช้เสียงจากร่างกาย  เช่นการร้องเพลงหรือการพูดเป็นทำนองดนตรีหรือการบรรเลงด้วยเครื่องดนตรี) มีภาษาเขียน ใช้สัญลักษณ์โดยทั่วไปเรีบกว่า” โน้ต” เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ทางภาษาที่มีตัวอักษร พยัญชนะ สระและมีหลักไวยากรณ์ สำหรับข้อบังคับกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น Harmonic ในดนตรีสากลและใช้กลอน( counter  point) ในดนตรีไทยนอกจากนี้ก็มีประวัติดนตรี(History Of Music) เช่นเดียวกับประวัติความเป็นมาของภาษาต่างๆ

ในการค้นคว้าหลักฐานประวัติความเป็นมาของเครื่องดนตรีแต่ล่ะชนิด นอกจากการศึกษาด้านสังคมศาสตร์แล้วยังต้องประกอบกับการพิจารณาอีกในหลายๆด้าน   เช่นหลักการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่จะเริ่มจากสิ่งเล็กไปหาสิ่งใหญ่เสมอหรือจากสิ่งที่ง่ายๆไปหาสิ่งที่ยากกว่า เช่น เครื่องดนตรีที่มีสายเส้นเดียวควรจะเกิดก่อนเครื่องดนตรีที่มี 2 หรือ 3 สาย หรือจากสภาพภูมิศาสตร์ดินแดนแถบทะเลทราย มนุษย์ที่อยู่บริเวณที่อยู่บริเวณนี้ต้องอพยพย้ายถิ่น ส่วยใหญ่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้อยู่รอด  เมื่อท้องยังหิวอยู่  การใช้สติปัญญามาประดิษฐ์สิ่งปราณีตละเอียดอ่อนย่อมเกิดขึ้นยาก

ฉะนั้น มนุษย์เผ่าใดที่มีความเจริญในด้านวิทยาการทุกๆด้านเจริญดีแล้ว บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็นเป็นปกติสุขวิทยาการด้านดนตรีจึงจะเจริญไปถึงระดับสูงสุดเฉกเช่นเดียวกับดนตรีไทยของชนชาติเราชาวไทย

Sat, January 10 2015 » การศึกษา » Comments Off

การจัดกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรีในสถานศึกษา

ในยุคปัจจุบันการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนเนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน มีความสนใจและความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าโรงเรียนได้จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน ประเทศของเราจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความสามารถยอดเยี่ยมและหลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล และเราก็สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

การร้องเพลงและเล่นดนตรีเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ฝึกสมาธิและเกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยรักในการร้องเพลงและเล่นดนตรีให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จัดขึ้น ดังนั้นจึงได้จัดการประกวดวงดนตรีและร้องเพลงขึ้นเพื่อส่งเสริมการเล่นดนตรีและขับร้อง มีจุดประสงค์หลักในการประกวดเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรี ได้มีเวทีให้การแสดงความสามารถ และเพิ่มพูนประสบการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นดนตรีและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด

ดนตรีก่อให้เกิดความรู้สึกที่อ่อนโยน จิตใจแจ่มใสร่าเริง มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด จึงควรส่งเสริมให้นักเรียนหันมาเล่นดนตรี และร่วมกิจกรรมทางดนตรีสากล เพื่อให้เกิดความบันเทิงทางจิตใจ ความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะและยังเป็นการพัฒนาทักษะทางดนตรีที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย และให้นักศึกษากล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักผ่อนคลาย สร้างความเพลิดเพลิน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะสามารถเป็นพื้นฐานและนำไปเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต หรือการเป็นมืออาชีพด้านดนตรีในโอกาสต่อไป

ผลคาดว่าที่จะได้รับจากการจัดงาน

1.ผู้เข้าร่วมประกวดได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางด้านดนตรีสู่สาธารณะชน
2.สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติในเยาวชนไทย
3.เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้เยาวชนรักดนตรีและรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
4.สามารถส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการจัดดำเนินงาน และเรียนการทำงานเป็นทีม ตลอดจนกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
5.เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกจิตสำนึกของเยาวชนไทยให้รู้ เข้าใจ และตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติดและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีต่อเยาวชนและสังคมไทยในปัจจุบัน
6.สามารถประชาสัมพันธ์เครือข่าย ฯ และกิจกรรมของเครือข่าย ฯ ให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

Fri, December 19 2014 » การศึกษา » Comments Off

เรียนรู้บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

 

วงออร์เคสตราในปัจจุบัน มีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย วันนี้เราจะพามารู้จักกับวงออร์เคสตรากันค่ะ ว่ามีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ซิมโฟนี (Symphony)

เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆ ที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ซึ่ง นิยมในยุคคลาสสิก (1750-1820) ส่วนใหญ่ประพันธ์โดยไฮเดิน (106 บท) โมซาร์ท (ประมาณ 50 บท) ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ เช่น ชูเบิร์ต ชูมานน์ เป็นต้น ซิมโฟนีโดยปกติ ประกอบด้วย 3-4 ท่อน โดยรูปแบบจังหวะแต่ละท่อนเป็นเร็ว-ช้า-เร็ว หรือ เร็ว-ช้า-เร็ว ปานกลาง-เร็ว

คอนแชร์โต (Concerto)

เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก ด้านรูปแบบมีลักษณะคล้ายกับซิมโฟนีแต่มีเพียง 3 ท่อน ประกอบด้วย เร็ว-ช้า-เร็ว คอนแชร์โตที่นิยม คือ เปียโนคอนแชร์โตและไวโอลินคอนแชร์โต

โอเปรา (Opera)

เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก โอเปราแบ่งได้ 2 ประเภท คือ โอเปรา ซีเรีย (Opera Seria) เป็นเรื่องราว เกี่ยวกับชนชั้นสูง เนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม ความรัก และโอเปรา ชวนหัว (Comic Opera, Opera buffa) เนื้อหาเป็นเรื่องสามัญชนทั่วไป แนวสนุกสนาน ตลกขบขัน ดำเนินเรื่องรวดเร็ว
บางโอกาสอาจมีโอเปราอีก 2 ประเภท คือ โอเปเรตตา (Operetta) เป็นโอเปราขนาดเล็ก มีแนวสนุกสนานทันสมัย ใช้การพูดแทนการร้องในบทสนทนา และคอนทินิวอัสโอเปรา (Continuous Opera) เป็นโอเปราที่ใช้ดนตรีเชื่อมโยงเรื่องราวตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

ดนตรีบรรยายเรื่องราว (Simphonic poem)

เป็นบทเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสื่อความหมายต่างๆ หรือเล่าเรื่องราวตามความมุ่งหมายของ ผู้ประพันธ์ ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพในลักษณะการเลียนเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล นกร้อง เป็นต้น บทเพลงประเภทนี้จะสื่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างชัดเจน เกิดขึ้นใน ยุคโรแมนติกและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

บัลเลต์ (Ballet)

เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับประกอบการแสดงละครคล้าย โอเปร่า แต่ไม่มีบทร้อง ผู้แสดงใช้การเต้นบรรยายแทนการสนทนา ผู้ประดิษฐ์ท่าทางมีความสำคัญมากเพราะต้องสื่อเนื้อหาที่เข้ากับดนตรีและเนื้อเรื่อง ดนตรีบัลเลต์จัดเป็นดนตรีที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตร้าที่มีความไพเราะสามารถฟังได้โดยไม่ต้องมีการแสดงประกอบแต่ประการใด

Sat, November 15 2014 » การศึกษา » Comments Off

การศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา

บทประพันธ์ประเภทที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรามีหลายประเภท เช่น ซิมโฟนี ดนตรีบรรยายเรื่องราว โอเปรา เป็นต้น การประพันธ์เพลงสำหรับวงออร์เคสตราเป็นศิลปะและศาสตร์ที่จะต้องศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องดนตรีในวงออร์เคสตรามีหลายชนิด ผู้ประพันธ์ต้องศึกษาเกี่่ยวกับธรรมชาติของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ข้อจำกัดของเครื่องดนตรีเพื่อจะวางแนวการประพันธ์ให้เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ประพันธ์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งของทฤษฎีดนตรี ผู้ประพันธ์ในลักษณะนี้จะเป็นผู้คิดทำนองเพลงขึ้น เรียบเรียงเสียงประสานเพื่อวงออร์เคสตราด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งนักประพันธ์เพลงในลักษณะนี้เรียกว่า Composer ส่วนผู้ประพันธ์เพลงที่แต่งทำนองขึ้นมามักเรียกว่า Song writer และจะมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานต่างหาก ซึ่งมีหน้าที่นำทำนองเพลงมาสอดใส่เติมแต่งเรื่องการประสานเสียง การกำหนดเครื่องดนตรีที่จะบรรเลง ผู้ทำหน้าที่นี้เรียกว่า Arranger ซึ่งเพลงสมัยนิยมมักจะมีผู้เขียนเพลงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานคนละคนกัน จึงเห็นได้ว่า ผู้ประพันธ์เพลงคลาสสิกเป็นนักประพันธ์เพลงที่ต้องศึกษาดนตรีมาเป็นอย่างดี ต้องเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ทำนอง ตลอดจนทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียกว่าดนตรี นอกจากนี้บทเพลงประเภทคลาสสิกมักจะมีความยาวมาก เนื้อหาสาระในบทเพลงจึงต้องมีมากตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า บทเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคนตราเป็นโน้ตดนตรีที่เขียนให้แต่ละเครื่องมือใช้บรรเลง โน้ตเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตราจึงต้องมีการแยกออกไปเป็นของแต่ละเครื่องมือ นอกจากนี้ยังมีโน้ตที่รวมเครื่องดนตรีไว้ด้วยกัน เรียกว่า สกอร์ ( Scores ) เพื่อให้ผู้อำนวยเพลงใช้ในการกำกับวงออร์เคสตรา เพื่อให้ผลรวมของการบรรเลงออกมาเป็นบทเพลงเดียวกัน ผู้อำนวยเพลงจึงมีความสำคัญมากในวงออร์เคสตรา เพราะต้องคอยฟังและดูโน้ตเพลงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลงที่เขียนเอาไว้

โน้ตเพลงของผู้อำนวยเพลงมีรูปแบบที่แน่นอน โดยมีการจัดแบ่งโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละขนิดแยกออกจากกันเป็นแนว ๆ ไป โดยมีการเีรียงลำดับจากบรรทัดบนลงมาถึงบรรทัดล่างสุด ดังนี้ เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องตี ฮาร์พ เครื่องสายต่าง ๆ ถ้ามีแนวร้อง อาจจะอยู่เหนือแนวของเครื่องสาย หรืออยู่ระหว่างแนวของ วิโอลาและเชลโล

วงออร์เคสตราจัดได้ว่าเป็นวงดนตรีมาตรฐานสำหรับการบรรเลงดนตรีคลาสสิก บทเพลงที่ใช้บรรเลงกับวงออร์เคสตรามีอยู่หลายประเภทดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น เพลงซิมโฟนี เพลงบรรยายเรื่องราว อุปรากร ( Opera ) เป็นต้น นอกจากนี้ในสมัยปัจจุบันมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานหลายคนนำเอาเพลงสมัยนิยมมาเรียบเรียงเสียงประสานให้วงออร์เคสตราบรรเลง ซึ่งอาจหาฟังได้ทั่วไป

บทบาทของวงออร์เคสตรามีมากมายในดนตรีประเภทคลาสสิกและดนตรีประเภทอื่น ๆ การเรียนรู้เรื่องวงออร์เคสตราจึงสามารถทำให้ผู้ฟังเข้าใจดนตรีได้ดีขึ้น และเป็นพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องบทเพลงประเภทต่าง ๆ เป็นลำดับไปด้วย

Sat, October 11 2014 » การศึกษา » Comments Off

การริเริ่มเรียนรู้ดนตรีตั้งแต่ยังเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่

ดนตรีก่อเกิดเพราะการได้ยินเสียงจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวของมนุษย์ มีการรับรู้ เลียนแบบ ศึกษาจังหวะ ระดับเสียง ความดัง-เบา ความกลมกลืนและแตกต่างของเสียงแต่ละประเภท จากใกล้ตัวที่สุดคือชีพจรการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวร่างกาย ไปถึงเสียงจากธรรมชาติและสัตว์นานา ดนตรีสากลหรือดนตรีตะวันตกมีพื้นฐานจากความมุ่งหวังไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า จากหลักปรัชญากรีกโบราณในราวช่วงปี 800 ก่อนคริสตกาล ที่เน้นความสำคัญของการสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการเล่นกีฬา และงดงามของจิตใจด้วยศิลปะ บทกวี ดนตรี การละคร และระบำรำฟ้อน เพื่อสร้างสรรค์ให้มนุษย์สมบูรณ์

ยุคสมัยต่างๆเป็นตัวแบ่งเหตุการณ์ต่างๆบนโลก โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ สมัยอารยธรรมโบราณ สมัยต้นและกลางคริสต์ศตวรรษ สมัยบาโรค สมัยคลาสสิค สมัยโรแมนติค และสมัยปัจจุบัน การดนตรีในยุคต่างๆก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถบ่งบอกได้ว่ามาจากยุคใดและมีบทบาทอย่างไร ดนตรีในสมัยดึกดำบรรพ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากกว่าในสมัยปัจจุบัน เป็นการแสดงออกถึงจิตวิทยา สังคม ศาสนา สิ่งสักการะบูชา และภาษา เพลงทุกเพลงในสมัยดั้งเดิมจะต้องมีความหมายทั้งสิ้น การจะเข้าใจในเพลงนั้นๆอย่างถูกต้องแท้จริงจะต้องไปศึกษาจากชาวพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของบทเพลงนั้น

การเรียนดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก

จะได้เปรียบตรงที่กล้ามเนื้อมือและการเรียนรู้ของเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เด็กสามารถบรรเลงเทคนิคต่างๆ เรียนรู้ทฤษฎี และสามารถพัฒนาฝีมือการบรรเลงได้ดีขึ้นเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จนวันหนึ่งเด็กอาจสามารถทำได้ดีกว่าครูด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่จะพัฒนากล้ามเนื้อมือได้ไม่ดีเท่าเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนรู้ทฤษฎี ข้อปฏิบัติ และรับการถ่ายทอดจากครูได้ดีกว่าเด็ก เนื่องจากผู้ใหญ่มีสมองที่ได้รับการพัฒนาแล้วจึงมีความรู้ความเข้าใจที่จะสามารถประยุกต์และบูรณาการความรู้ได้มากกว่าเด็ก

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนดนตรี

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ คือการฝึกซ้อมและความตั้งใจ การเรียนดนตรีนั้นเป็นทักษะด้านการปฏิบัติ ดังนั้นยิ่งซ้อมก็ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งทำได้ดีขึ้น หากผู้เรียนยิ่งฝึกซ้อมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพัฒนาฝีมือได้มากเท่านั้น และยิ่งผู้เรียนพัฒนาขึ้นเท่าไหร่ก็เท่ากับว่าครูประสบความสำเร็จในการสอนมากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้เรียนสามารถพัฒนาได้เก่งมากกว่าครูผู้สอนก็ยิ่งเป็นความสำเร็จสูงสุดอย่างแท้จริงในการเรียนดนตรีของทั้งผู้สอนและผู้เรียน

Mon, September 29 2014 » การศึกษา » Comments Off