เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

การศึกษาดนตรีบำบัดเพื่อรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล

การนำดนตรีมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยหรือพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะทางสังคม ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มในทุกช่วงวัย อีกทั้งยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่อยากเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง โดยมีดนตรีเป็นเครื่องมือและสื่อกลางในการบำบัด เพราะดนตรีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่ใช้ในการแสดงความรู้สึกและรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น ยามที่คนเราไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาทางคำพูดได้ เราสามารถเล่นดนตรีหรือร้องเพลงเป็นการระบายความรู้สึกออกมาแทน เพราะฉะนั้นดนตรีจึงสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกทางบวกและผ่อนคลายความตึงเครียดได้

ปัจจุบันการรักษาทางเลือก เริ่มมีบทบาทชัดเจนว่ามีส่วนช่วยการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นการสื่อสาร การดูแลไปถึงสุขภาพของคนไข้สำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพใจ เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดผล ตอนนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆก็เริ่มเห็นความสำคัญโดยนำดนตรีและศิลปะบำบัด เข้าไปเป็นส่วนร่วมในการบำบัดรักษามากขึ้นของศิลป์บำบัดที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด เพื่อสร้างสภาวะสมดุล ซึ่งสภาวะสมดุลนั้นไม่ใช่สภาวะที่ดีที่สุด หรือแข็งแรงที่สุด แต่เป็นสภาวะสมดุลที่จะทำให้ชีวิตนั้น สามารถดำรงอยู่ต่อไปอย่างสบายดีหรือสบายใจ

ดนตรีบำบัด คือศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำดนตรีหรือองค์ประกอบอื่นๆทางดนตรีมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับเปลี่ยน พัฒนา และคงรักษาไว้ซึ่งสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม โดยนักดนตรีบำบัดเป็นผู้ดำเนินการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ผ่านทางกิจกรรมทางดนตรีต่างๆอย่างมีรูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจน มีหลักเกณฑ์ และระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเป้าหมายของดนตรีบำบัดไม่ได้เน้นที่ทักษะทางดนตรี แต่เน้นในด้านพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบุคคลที่มารับการบำบัด สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายบริบท เช่น ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์

ดนตรีบำบัดในโรงพยาบาล

1.กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ
2.ช่วยเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ
3.ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ก้าวร้าว รุนแรง อยู่ไม่นิ่ง ร่วมกับพฤติกรรมบำบัด และการบำบัดโดยใช้ยา
4.ช่วยให้สงบ และนอนหลับได้ ในผู้ที่มีความกลัว ความเครียด ร่วมกับการปรับสิ่งแวดล้อม และการใช้ยา
5.ปรับเปลี่ยนอารมณ์ ร่วมกับการใช้ยา และจิตบำบัดในโรคซึมเศร้า
6.เสริมในกระบวนการบำบัดต่างๆทางจิตเวช
7.ลดความเจ็บปวดร่วมกับการใช้ยาแก้ปวดดนตรีบำบัดในโรงเรียน

Tue, February 24 2015 » การศึกษา » Comments Off

ความสำคัญในการศึกษาดนตรีอยู่ที่การ สร้างและพัฒนาทั้งผู้ฟัง ผู้แสดง ครูดนตรี และนักวิชาการทางดนตรี


ดนตรี เป็นศิลปะประเภทมองไม่เห็น ใช้เสียงเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สึกการสะเทือนอารมณ์ ใช้เวลาเป็นการกำหนดขอบเขต แสดงจุดเริ่มต้นและการจบการใช้เสียงวาดลวดลายต่างๆ ลงไปบนช่องว่างของเวลาประดุจจิตรกรกำลังใช้ปลายพู่กันวาดลายเส้นอยู่บนผืนผ้าใบ ความงามของเสียงแต่ล่ะเสียงความปราณีตของอารมณ์แต่ล่ะอารมณ์ จะถูกถ่ายทอดมายังผู้ฟัง ซึ่งจำเป็นต้องมีภูมิความรู้ในการฟังดนตรีเป้นย่างดีเช่นเดียวกับผุ้ที่ชอบม้า ก็พยายามเรียนรู้เรื่องของม้าให้มากที่สุดหรือผู้ที่ชอบหนังสือก็ต้องขวนขวายหาหนังสือมาอ่านให้ถึงที่สุด

การศึกษาดนตรี จำเป็นต้องมีพื้นฐานและองคืประกอบการศึกษาหลายด้าน เช่นในด้านสังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ การศึกษาในแง่ของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเผ่าพันธ์มนุษย์แต่ล่ะเผ่า การศึกาในแง่ภูมิศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ สภาพภูมิประเทศ ตลอดถึงทรัพยากร วัสดุต่างๆที่หาได้งายในแต่ล่ะสภาพท้องถิ่น หรือการศึกษาในแง่ของภาษาศาสตร์ที่จำเป้นมากในการเรียนดนตรีเช่นคนภาคกลาง ไปฟังดนตรีพื้นเมืองหรือหมอลำทางอีสาน ส่วนใหญ่ฟังม่ค่อยได้เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา ถ้าต้องการสึกษาดนตรีทั่วโลกที่จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาทั่งโลกเช่นเดียวกัน

ดนตรีเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง มีโครงสร้างใหญ่ เช่นเดียวกับภาษาศาสตร์ คือมีภาษาพูด(ใช้วิธีการต่างๆ กันหลายวิธี เช่นการบรรเลงด้วยการใช้เสียงจากร่างกาย  เช่นการร้องเพลงหรือการพูดเป็นทำนองดนตรีหรือการบรรเลงด้วยเครื่องดนตรี) มีภาษาเขียน ใช้สัญลักษณ์โดยทั่วไปเรีบกว่า” โน้ต” เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ทางภาษาที่มีตัวอักษร พยัญชนะ สระและมีหลักไวยากรณ์ สำหรับข้อบังคับกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น Harmonic ในดนตรีสากลและใช้กลอน( counter  point) ในดนตรีไทยนอกจากนี้ก็มีประวัติดนตรี(History Of Music) เช่นเดียวกับประวัติความเป็นมาของภาษาต่างๆ

ในการค้นคว้าหลักฐานประวัติความเป็นมาของเครื่องดนตรีแต่ล่ะชนิด นอกจากการศึกษาด้านสังคมศาสตร์แล้วยังต้องประกอบกับการพิจารณาอีกในหลายๆด้าน   เช่นหลักการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่จะเริ่มจากสิ่งเล็กไปหาสิ่งใหญ่เสมอหรือจากสิ่งที่ง่ายๆไปหาสิ่งที่ยากกว่า เช่น เครื่องดนตรีที่มีสายเส้นเดียวควรจะเกิดก่อนเครื่องดนตรีที่มี 2 หรือ 3 สาย หรือจากสภาพภูมิศาสตร์ดินแดนแถบทะเลทราย มนุษย์ที่อยู่บริเวณที่อยู่บริเวณนี้ต้องอพยพย้ายถิ่น ส่วยใหญ่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้อยู่รอด  เมื่อท้องยังหิวอยู่  การใช้สติปัญญามาประดิษฐ์สิ่งปราณีตละเอียดอ่อนย่อมเกิดขึ้นยาก

ฉะนั้น มนุษย์เผ่าใดที่มีความเจริญในด้านวิทยาการทุกๆด้านเจริญดีแล้ว บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็นเป็นปกติสุขวิทยาการด้านดนตรีจึงจะเจริญไปถึงระดับสูงสุดเฉกเช่นเดียวกับดนตรีไทยของชนชาติเราชาวไทย

Sat, January 10 2015 » การศึกษา » Comments Off

การจัดกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรีในสถานศึกษา

ในยุคปัจจุบันการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนเนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน มีความสนใจและความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าโรงเรียนได้จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน ประเทศของเราจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความสามารถยอดเยี่ยมและหลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล และเราก็สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

การร้องเพลงและเล่นดนตรีเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ฝึกสมาธิและเกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยรักในการร้องเพลงและเล่นดนตรีให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จัดขึ้น ดังนั้นจึงได้จัดการประกวดวงดนตรีและร้องเพลงขึ้นเพื่อส่งเสริมการเล่นดนตรีและขับร้อง มีจุดประสงค์หลักในการประกวดเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรี ได้มีเวทีให้การแสดงความสามารถ และเพิ่มพูนประสบการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นดนตรีและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด

ดนตรีก่อให้เกิดความรู้สึกที่อ่อนโยน จิตใจแจ่มใสร่าเริง มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด จึงควรส่งเสริมให้นักเรียนหันมาเล่นดนตรี และร่วมกิจกรรมทางดนตรีสากล เพื่อให้เกิดความบันเทิงทางจิตใจ ความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะและยังเป็นการพัฒนาทักษะทางดนตรีที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย และให้นักศึกษากล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักผ่อนคลาย สร้างความเพลิดเพลิน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะสามารถเป็นพื้นฐานและนำไปเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต หรือการเป็นมืออาชีพด้านดนตรีในโอกาสต่อไป

ผลคาดว่าที่จะได้รับจากการจัดงาน

1.ผู้เข้าร่วมประกวดได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางด้านดนตรีสู่สาธารณะชน
2.สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติในเยาวชนไทย
3.เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้เยาวชนรักดนตรีและรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
4.สามารถส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการจัดดำเนินงาน และเรียนการทำงานเป็นทีม ตลอดจนกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
5.เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกจิตสำนึกของเยาวชนไทยให้รู้ เข้าใจ และตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติดและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีต่อเยาวชนและสังคมไทยในปัจจุบัน
6.สามารถประชาสัมพันธ์เครือข่าย ฯ และกิจกรรมของเครือข่าย ฯ ให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

Fri, December 19 2014 » การศึกษา » Comments Off

เรียนรู้บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

 

วงออร์เคสตราในปัจจุบัน มีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย วันนี้เราจะพามารู้จักกับวงออร์เคสตรากันค่ะ ว่ามีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ซิมโฟนี (Symphony)

เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆ ที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ซึ่ง นิยมในยุคคลาสสิก (1750-1820) ส่วนใหญ่ประพันธ์โดยไฮเดิน (106 บท) โมซาร์ท (ประมาณ 50 บท) ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ เช่น ชูเบิร์ต ชูมานน์ เป็นต้น ซิมโฟนีโดยปกติ ประกอบด้วย 3-4 ท่อน โดยรูปแบบจังหวะแต่ละท่อนเป็นเร็ว-ช้า-เร็ว หรือ เร็ว-ช้า-เร็ว ปานกลาง-เร็ว

คอนแชร์โต (Concerto)

เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก ด้านรูปแบบมีลักษณะคล้ายกับซิมโฟนีแต่มีเพียง 3 ท่อน ประกอบด้วย เร็ว-ช้า-เร็ว คอนแชร์โตที่นิยม คือ เปียโนคอนแชร์โตและไวโอลินคอนแชร์โต

โอเปรา (Opera)

เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก โอเปราแบ่งได้ 2 ประเภท คือ โอเปรา ซีเรีย (Opera Seria) เป็นเรื่องราว เกี่ยวกับชนชั้นสูง เนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม ความรัก และโอเปรา ชวนหัว (Comic Opera, Opera buffa) เนื้อหาเป็นเรื่องสามัญชนทั่วไป แนวสนุกสนาน ตลกขบขัน ดำเนินเรื่องรวดเร็ว
บางโอกาสอาจมีโอเปราอีก 2 ประเภท คือ โอเปเรตตา (Operetta) เป็นโอเปราขนาดเล็ก มีแนวสนุกสนานทันสมัย ใช้การพูดแทนการร้องในบทสนทนา และคอนทินิวอัสโอเปรา (Continuous Opera) เป็นโอเปราที่ใช้ดนตรีเชื่อมโยงเรื่องราวตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

ดนตรีบรรยายเรื่องราว (Simphonic poem)

เป็นบทเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสื่อความหมายต่างๆ หรือเล่าเรื่องราวตามความมุ่งหมายของ ผู้ประพันธ์ ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพในลักษณะการเลียนเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล นกร้อง เป็นต้น บทเพลงประเภทนี้จะสื่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างชัดเจน เกิดขึ้นใน ยุคโรแมนติกและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

บัลเลต์ (Ballet)

เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับประกอบการแสดงละครคล้าย โอเปร่า แต่ไม่มีบทร้อง ผู้แสดงใช้การเต้นบรรยายแทนการสนทนา ผู้ประดิษฐ์ท่าทางมีความสำคัญมากเพราะต้องสื่อเนื้อหาที่เข้ากับดนตรีและเนื้อเรื่อง ดนตรีบัลเลต์จัดเป็นดนตรีที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตร้าที่มีความไพเราะสามารถฟังได้โดยไม่ต้องมีการแสดงประกอบแต่ประการใด

Sat, November 15 2014 » การศึกษา » Comments Off

การศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา

บทประพันธ์ประเภทที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรามีหลายประเภท เช่น ซิมโฟนี ดนตรีบรรยายเรื่องราว โอเปรา เป็นต้น การประพันธ์เพลงสำหรับวงออร์เคสตราเป็นศิลปะและศาสตร์ที่จะต้องศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องดนตรีในวงออร์เคสตรามีหลายชนิด ผู้ประพันธ์ต้องศึกษาเกี่่ยวกับธรรมชาติของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ข้อจำกัดของเครื่องดนตรีเพื่อจะวางแนวการประพันธ์ให้เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ประพันธ์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งของทฤษฎีดนตรี ผู้ประพันธ์ในลักษณะนี้จะเป็นผู้คิดทำนองเพลงขึ้น เรียบเรียงเสียงประสานเพื่อวงออร์เคสตราด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งนักประพันธ์เพลงในลักษณะนี้เรียกว่า Composer ส่วนผู้ประพันธ์เพลงที่แต่งทำนองขึ้นมามักเรียกว่า Song writer และจะมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานต่างหาก ซึ่งมีหน้าที่นำทำนองเพลงมาสอดใส่เติมแต่งเรื่องการประสานเสียง การกำหนดเครื่องดนตรีที่จะบรรเลง ผู้ทำหน้าที่นี้เรียกว่า Arranger ซึ่งเพลงสมัยนิยมมักจะมีผู้เขียนเพลงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานคนละคนกัน จึงเห็นได้ว่า ผู้ประพันธ์เพลงคลาสสิกเป็นนักประพันธ์เพลงที่ต้องศึกษาดนตรีมาเป็นอย่างดี ต้องเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ทำนอง ตลอดจนทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียกว่าดนตรี นอกจากนี้บทเพลงประเภทคลาสสิกมักจะมีความยาวมาก เนื้อหาสาระในบทเพลงจึงต้องมีมากตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า บทเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคนตราเป็นโน้ตดนตรีที่เขียนให้แต่ละเครื่องมือใช้บรรเลง โน้ตเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตราจึงต้องมีการแยกออกไปเป็นของแต่ละเครื่องมือ นอกจากนี้ยังมีโน้ตที่รวมเครื่องดนตรีไว้ด้วยกัน เรียกว่า สกอร์ ( Scores ) เพื่อให้ผู้อำนวยเพลงใช้ในการกำกับวงออร์เคสตรา เพื่อให้ผลรวมของการบรรเลงออกมาเป็นบทเพลงเดียวกัน ผู้อำนวยเพลงจึงมีความสำคัญมากในวงออร์เคสตรา เพราะต้องคอยฟังและดูโน้ตเพลงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลงที่เขียนเอาไว้

โน้ตเพลงของผู้อำนวยเพลงมีรูปแบบที่แน่นอน โดยมีการจัดแบ่งโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละขนิดแยกออกจากกันเป็นแนว ๆ ไป โดยมีการเีรียงลำดับจากบรรทัดบนลงมาถึงบรรทัดล่างสุด ดังนี้ เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องตี ฮาร์พ เครื่องสายต่าง ๆ ถ้ามีแนวร้อง อาจจะอยู่เหนือแนวของเครื่องสาย หรืออยู่ระหว่างแนวของ วิโอลาและเชลโล

วงออร์เคสตราจัดได้ว่าเป็นวงดนตรีมาตรฐานสำหรับการบรรเลงดนตรีคลาสสิก บทเพลงที่ใช้บรรเลงกับวงออร์เคสตรามีอยู่หลายประเภทดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น เพลงซิมโฟนี เพลงบรรยายเรื่องราว อุปรากร ( Opera ) เป็นต้น นอกจากนี้ในสมัยปัจจุบันมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานหลายคนนำเอาเพลงสมัยนิยมมาเรียบเรียงเสียงประสานให้วงออร์เคสตราบรรเลง ซึ่งอาจหาฟังได้ทั่วไป

บทบาทของวงออร์เคสตรามีมากมายในดนตรีประเภทคลาสสิกและดนตรีประเภทอื่น ๆ การเรียนรู้เรื่องวงออร์เคสตราจึงสามารถทำให้ผู้ฟังเข้าใจดนตรีได้ดีขึ้น และเป็นพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องบทเพลงประเภทต่าง ๆ เป็นลำดับไปด้วย

Sat, October 11 2014 » การศึกษา » Comments Off