เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

.

.

Fri, February 12 2016 » การศึกษา » Comments Off on .

.

.

Fri, February 12 2016 » การศึกษา » Comments Off on .

.

.

Tue, January 12 2016 » การศึกษา » Comments Off on .

.

.

Thu, December 17 2015 » การศึกษา » Comments Off on .

วงออเคสตร้าในยุคคลาสสิค

วงดนตรีที่มีกลุ่มเครื่องสายในตระกูลไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีหลัก และมีจำนวนผู้บรรเลงมากกว่ากลุ่มเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ วงดนตรีออร์เคสตร้าเริ่มการแสดงเต็มรูปแบบในยุโรป ซึ่งการแสดงดนตรีสมัยนั้น มีสถานที่เพียงสองสามแห่งเท่านั้นที่จัดได้ คือในโบสถ์ ภายในราชสำนัก และคฤหาสน์ของขุนนางตำแหน่งสำคัญๆ สถานที่ที่ดนตรีจะเข้าถึงประชาชนยุคนั้นได้มากที่สุดคือโบสถ์ แต่ก็จะเป็นดนตรีเพื่อศาสนกิจเท่านั้น ส่วนดนตรีเพื่อความรื่นรมย์แทบไม่เคยปรากฏว่ามีการแสดงในที่สาธารณะใดๆ ให้สามัญชนได้รับชมรับฟัง

จุดเริ่มต้นของการแสดงวงออร์เคสตร้าเพื่อประชาชนจริงๆ เริ่มที่กรุงลอนดอน เดือนธันวาคม ค.ศ.1672 จอห์น บาร์นิสเตอร์ นักไวโอลินชาวอังกฤษรวบรวมพรรคพวกนักดนตรีจัดการแสดงขึ้นที่บ้านเขาเองที่ตำบลไวท์ฟไรเอส์ ให้ผู้เข้าฟังเสียค่าประตูคนละ 1 ชิลลิง นับจากนั้นพัฒนาการแสดงดนตรีก็มีเรื่อยมา

วงออร์เคสตร้าในยุคคลาสสิค
ได้กล่าวถึงเรื่องราวของลักษณะทางดนตรีหรือ Style ของดนตรีในยุคคลาสสิค คือระหว่างปี ค.ศ. 1750-1820 ไปแล้ว ต่อไปนี้จะกล่าวถึงลักษณะของวงดนตรีที่เรียกว่าวงออร์เคสตร้าในยุคนี้บ้าง พอเป็นที่เข้าใจกันได้ วงออร์เคสตร้าในสมัยบาโร้คนั้นมีรูปแบบไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามใจของคีตกวีว่าบทเพลงไหนจะใช้เครื่องดนตรีอะไรบ้าง แต่พอตกมาถึงยุคคลาสสิค จึงกลายเป็นวงดนตรีที่มีการจัดระบบระเบียบชัดเจนขึ้น คือวงออร์เคสตร้ายุคนี้จะประกอบด้วยเครื่องดนตรี 4 ประเภท ได้แก่ กลุ่มเครื่องสาย กลุ่มพวกปี่และขลุ่ย กลุ่มพวกแตรต่างๆ และกลุ่มเครื่องเคาะเครื่องตี ซึ่งนิยมกำหนดเครื่องดนตรีไว้โดยประมาณดังนี้

เครื่องสาย (String) ได้แก่ ไวโอลิน 1 และ 2 วิโอล่า เชลโล และดับเบิ้ลเบสส์
ปี่และขลุ่ย (Wood wind) ได้แก่ ฟลุท 2 โอโม 2 คลาวิเนต 2 และบาสซูน 2
แตร (Brass) ได้แก่ เฟรนซ์ฮอร์น 2 และทรัมเปต 2 (ทรอมโบนใช้ใน opera และเพลงศาสนา)
เครื่องตี (Percussion) ใช้กลอง Timpani เป็นหลัก

มีข้อสังเกตว่า กลุ่มเครื่องสายนั้นใช้เป็นหลักของวง พวกปี่-ขลุ่ยและแตรใช้เป็นคู่ๆ คือ อย่างละ 2 คัน คลาริเนตนั้นเพิ่มเข้ามาจากที่ไม่เคยใช้มาก่อน ส่วนทรอมโบนจะใช้เฉพาะในอุปรากรและบทเพลงทางศาสนาดังที่ Haydn และ Mozart ใช้ในคีตนิพนธ์ของท่าน อนึ่งจำนวนนักดนตรีในวงก็เพิ่มขึ้นจากยุคบาโร้ค แต่อาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามกาละเทศะ เช่น Haydn ตามปกติจะใช้วงขนาด 25 คน แต่พอไปบรรเลงที่ London ในปี 1795 จะเพิ่มจำนวน เป็น 60 ตน

คีตกวีในยุคคลาสสิคนิยมแต่งเพลงแสดงให้เห็นความโดดเด่นของสีสันหรือสุ้มเสียงที่มีลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดจึงไม่มีการใช้เครื่องดนตรี 2 ชิ้น เล่นทำนองเดียวกันทั้งท่อนอย่างที่เป็นในยุคบาโร้ค แต่มักจะผลัดกันแสดงความโดดเด่นโดยกำหนดให้เครื่องดนตรีบรรเลงในแนวทำนองที่ต่างกัน และเปลี่ยนบ่อยๆ ทำนองหลักอาจจะเริ่มด้วยวงออร์เคสตร้า จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องสายและตามด้วยปี่-ขลุ่ย เป็นต้น เครื่องดนตรีแต่ละกลุ่มจะมีบทบาทหน้าที่ของตนโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสาย ได้แก่ ไวโอลิน วิโอล่า เชลโล และเบส ทำหน้าที่หลักโดยเป็นกระดูกสันหลังของวงออร์เคสตร้า โดยใช้ไวโอลิน 1 บรรเลงทำนองสำคัญ เครื่องสายเสียงต่ำบรรเลงแนวประสานเสียเป็นส่วนมาก ปี่-ขลุ่ย จะบรรเลงในแนวทำนองที่ตัดกันกับกลุ่มเครื่องสายและบรรเลงเดี่ยวบางทำนองเป็นครั้งคราว ส่วนออร์แกนและทรัมเป็ตจะสร้างความรู้สึกในพละกำลัง ในช่วงที่ต้องการเสียงดังหนักแน่นเพื่อจะเพิ่มเติมแนวประสาน แต่ไม่ค่อยใช้บรรเลงทำนองหลัก และกลองทิมปานี่จะตีเฉพาะในช่วงที่เน้นจังหวะจะโคน และแสดงถึงจุดสำคัญของบทเพลง เป็นต้น

โดยทั่วไปแล้ววงออร์เคสตร้าสมัยคลาสสิคแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ความแปรผันตามความต้องการในการแสดงอารมณ์ สีสัน และความมีลักษณะพิเศษของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ซึ่งคีตกวีสามารถจะเลือกใช้ได้ตามใจ เพื่อให้บทเพลงของตนมีสีสัน ได้อารมณ์และความรู้สึกอย่างที่ผู้แต่งต้องการ

Sat, October 17 2015 » การศึกษา » Comments Off on วงออเคสตร้าในยุคคลาสสิค