เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

ประวัติเรื่องราวของสายรัดข้อมือ

สายรัดข้อมือ มักมีประเภทเป็นวงที่ทำจากพลาสติก หรือกระดาษมัน ที่ใช้เพื่อโอบหรือคาดที่ที่แขน สายรัดเหล่านี้มักทำให้ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อใช้เป็นเครื่องแสดงติดตัว หรือใช้เพื่อเป็นการอธิบายความเลื่อมใสหรือให้ท้ายสหภาพธรรมการย์ต่าง ๆ

สายรัดข้อมือซิลิโคน

ต้นปีพ.ศ. 2548 สายรัดข้อมือซิลิโคนได้กลายเป็นเครื่องแต่งที่ได้รับความนิยมชมชอบ ที่สมาพันธ์การกุศลนำมาเพื่อหาเงินบริจาค สายรัด Livestrong เป็นแบบแรกที่ออกมา ผ่านทางการริเริ่มโดยแลนซ์ อาร์มสตรองนักปั่นจักรยาน จากนั้นก็ได้มีออกมาอีกหลายชนิด

ในประเทศไทยสายรัดข้อมือ เริ่มเป็นที่การกำหนดในช่วงต้นปี พ.ศ. 2548 โดยที่ราคาของสายรัดข้อมือบางอย่างมีค่าสูงประมาณ 1 พันบาท และได้หมดความชอบในช่วงกลางปี พ.ศ. 2548

แต่ในล่าสุดได้รับค่านิยมในการผลิตเพื่องาน แสดงผลิตภัณฑ์ ของแจกเหตุด้วยสหพันธ์ ต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีต้นทุนต่อชิ้นทึ่ถูก ซึ่งกลอุบายผลิตสายรัดข้อมือ นั้นมีหลายหลายวิธี จำนวนมากนั้นสายรัดข้อมือจะมีการผลิตจาก ยาง ซิลิโคน Rubber มากมายเกรด

วีธีการขึ้นลายบนสายรัดข้อมือนั้น ในการผลิตจำนวนมากจะใช้การทำบล็อกในการขึ้นผลิตภัณฑ์มีข้อดีคือความคมชัดของลวดลายบนสายรัดข้อมือ และอีกวิธีในการทำการวาดเขียนบนสายรัดข้อมือนั้น คือ การใช้เลเซอร์ในการแกะสลักข้อความบนสายรัดข้อมือ ซึ่งสามารถทำได้ในจำนวนน้อยต่อแบบ ซึ่งได้รับแฟชั่นจาก  ผู้ซื้อ เพราะสามารถทำสายรัดข้อมือได้ตามความประสงค์ในจำนวนที่ไม่มาก อีกทั้งบางกงสียังสามารถ ใส่หมายเลยเลขโค๊ดเฉพาะเกี่ยวกับสายรัดข้อมือแต่ละอันได้ด้วย

 

Tue, April 18 2017 » สินค้า » Comments Off on ประวัติเรื่องราวของสายรัดข้อมือ

วงออเคสตร้าในยุคคลาสสิค

วงดนตรีที่มีกลุ่มเครื่องสายในตระกูลไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีหลัก และมีจำนวนผู้บรรเลงมากกว่ากลุ่มเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ วงดนตรีออร์เคสตร้าเริ่มการแสดงเต็มรูปแบบในยุโรป ซึ่งการแสดงดนตรีสมัยนั้น มีสถานที่เพียงสองสามแห่งเท่านั้นที่จัดได้ คือในโบสถ์ ภายในราชสำนัก และคฤหาสน์ของขุนนางตำแหน่งสำคัญๆ สถานที่ที่ดนตรีจะเข้าถึงประชาชนยุคนั้นได้มากที่สุดคือโบสถ์ แต่ก็จะเป็นดนตรีเพื่อศาสนกิจเท่านั้น ส่วนดนตรีเพื่อความรื่นรมย์แทบไม่เคยปรากฏว่ามีการแสดงในที่สาธารณะใดๆ ให้สามัญชนได้รับชมรับฟัง

จุดเริ่มต้นของการแสดงวงออร์เคสตร้าเพื่อประชาชนจริงๆ เริ่มที่กรุงลอนดอน เดือนธันวาคม ค.ศ.1672 จอห์น บาร์นิสเตอร์ นักไวโอลินชาวอังกฤษรวบรวมพรรคพวกนักดนตรีจัดการแสดงขึ้นที่บ้านเขาเองที่ตำบลไวท์ฟไรเอส์ ให้ผู้เข้าฟังเสียค่าประตูคนละ 1 ชิลลิง นับจากนั้นพัฒนาการแสดงดนตรีก็มีเรื่อยมา

วงออร์เคสตร้าในยุคคลาสสิค
ได้กล่าวถึงเรื่องราวของลักษณะทางดนตรีหรือ Style ของดนตรีในยุคคลาสสิค คือระหว่างปี ค.ศ. 1750-1820 ไปแล้ว ต่อไปนี้จะกล่าวถึงลักษณะของวงดนตรีที่เรียกว่าวงออร์เคสตร้าในยุคนี้บ้าง พอเป็นที่เข้าใจกันได้ วงออร์เคสตร้าในสมัยบาโร้คนั้นมีรูปแบบไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามใจของคีตกวีว่าบทเพลงไหนจะใช้เครื่องดนตรีอะไรบ้าง แต่พอตกมาถึงยุคคลาสสิค จึงกลายเป็นวงดนตรีที่มีการจัดระบบระเบียบชัดเจนขึ้น คือวงออร์เคสตร้ายุคนี้จะประกอบด้วยเครื่องดนตรี 4 ประเภท ได้แก่ กลุ่มเครื่องสาย กลุ่มพวกปี่และขลุ่ย กลุ่มพวกแตรต่างๆ และกลุ่มเครื่องเคาะเครื่องตี ซึ่งนิยมกำหนดเครื่องดนตรีไว้โดยประมาณดังนี้

เครื่องสาย (String) ได้แก่ ไวโอลิน 1 และ 2 วิโอล่า เชลโล และดับเบิ้ลเบสส์
ปี่และขลุ่ย (Wood wind) ได้แก่ ฟลุท 2 โอโม 2 คลาวิเนต 2 และบาสซูน 2
แตร (Brass) ได้แก่ เฟรนซ์ฮอร์น 2 และทรัมเปต 2 (ทรอมโบนใช้ใน opera และเพลงศาสนา)
เครื่องตี (Percussion) ใช้กลอง Timpani เป็นหลัก

มีข้อสังเกตว่า กลุ่มเครื่องสายนั้นใช้เป็นหลักของวง พวกปี่-ขลุ่ยและแตรใช้เป็นคู่ๆ คือ อย่างละ 2 คัน คลาริเนตนั้นเพิ่มเข้ามาจากที่ไม่เคยใช้มาก่อน ส่วนทรอมโบนจะใช้เฉพาะในอุปรากรและบทเพลงทางศาสนาดังที่ Haydn และ Mozart ใช้ในคีตนิพนธ์ของท่าน อนึ่งจำนวนนักดนตรีในวงก็เพิ่มขึ้นจากยุคบาโร้ค แต่อาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามกาละเทศะ เช่น Haydn ตามปกติจะใช้วงขนาด 25 คน แต่พอไปบรรเลงที่ London ในปี 1795 จะเพิ่มจำนวน เป็น 60 ตน

คีตกวีในยุคคลาสสิคนิยมแต่งเพลงแสดงให้เห็นความโดดเด่นของสีสันหรือสุ้มเสียงที่มีลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดจึงไม่มีการใช้เครื่องดนตรี 2 ชิ้น เล่นทำนองเดียวกันทั้งท่อนอย่างที่เป็นในยุคบาโร้ค แต่มักจะผลัดกันแสดงความโดดเด่นโดยกำหนดให้เครื่องดนตรีบรรเลงในแนวทำนองที่ต่างกัน และเปลี่ยนบ่อยๆ ทำนองหลักอาจจะเริ่มด้วยวงออร์เคสตร้า จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องสายและตามด้วยปี่-ขลุ่ย เป็นต้น เครื่องดนตรีแต่ละกลุ่มจะมีบทบาทหน้าที่ของตนโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสาย ได้แก่ ไวโอลิน วิโอล่า เชลโล และเบส ทำหน้าที่หลักโดยเป็นกระดูกสันหลังของวงออร์เคสตร้า โดยใช้ไวโอลิน 1 บรรเลงทำนองสำคัญ เครื่องสายเสียงต่ำบรรเลงแนวประสานเสียเป็นส่วนมาก ปี่-ขลุ่ย จะบรรเลงในแนวทำนองที่ตัดกันกับกลุ่มเครื่องสายและบรรเลงเดี่ยวบางทำนองเป็นครั้งคราว ส่วนออร์แกนและทรัมเป็ตจะสร้างความรู้สึกในพละกำลัง ในช่วงที่ต้องการเสียงดังหนักแน่นเพื่อจะเพิ่มเติมแนวประสาน แต่ไม่ค่อยใช้บรรเลงทำนองหลัก และกลองทิมปานี่จะตีเฉพาะในช่วงที่เน้นจังหวะจะโคน และแสดงถึงจุดสำคัญของบทเพลง เป็นต้น

โดยทั่วไปแล้ววงออร์เคสตร้าสมัยคลาสสิคแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ความแปรผันตามความต้องการในการแสดงอารมณ์ สีสัน และความมีลักษณะพิเศษของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ซึ่งคีตกวีสามารถจะเลือกใช้ได้ตามใจ เพื่อให้บทเพลงของตนมีสีสัน ได้อารมณ์และความรู้สึกอย่างที่ผู้แต่งต้องการ

Sat, October 17 2015 » การศึกษา » Comments Off on วงออเคสตร้าในยุคคลาสสิค

ในสมัยนี้มีความสวยสดงดงามทำให้พัฒนาการของวงออร์เคสตรามาถึงจุดที่เป็นมาตรฐาน

23

วงออร์เคสตราสมัยบาโรกเป็นวงออร์เคสตราสมัยแรก ๆ ของดนตรีประเภทคลาสสิกมาตรฐานของการจัดวงไม่มี ความแน่นอนนักลักษณะการจัดวงโดยทั่วไปจะให้ไวโอลินหนึ่ง อยู่ทางซ้ายมือ ของผู้อำนวยเพลงและให้ไวโอลินที่สอง อยู่ทางขวามือ วิโอลา และเชลโลอยู่ตรงกลางส่วนดับเบิลเบสอยู่แถวหลังสุดของวง สำหรับเครื่องเป่าลมไม้ อยู่หลังกลุ่มไวโอลินที่หนึ่ง เครื่องเป่าทองเหลือง อยู่ด้านหลังขวา เครื่องประกอบจังหวะ อยู่หลังสุดของวง นอกจากนี้ อาจจะมีฮาร์ปสิคอร์ดเล่นเป็นแนวเบส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการผู้ประพันธ์เพลงและสถานที่ ที่ใช้ในการแสดงโดยทั่วไปมักมีจำนวนผู้เล่นประมาณ 20-30 คน นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 วงออร์เคสตราเริ่มมีแบบแผนมากขึ้นบทเพลงที่เขียนขึ้นก็ต้องการใช้ในวงที่มีจำนวนเครื่องดนตรีที่มากขึ้น ลักษณะการจัดวงโดยทั่วไปมีเครื่องดนตรีครบทั้ง 4 กลุ่ม จำนวนของเครื่องดนตรีแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของวงและบทเพลงที่บรรเลง

จากต้นสมัยบาโรกจนกระทั่งถึงปลายสมัยคลาสสิกผู้ประพันธ์เพลงต่างก็มีอิสระหลุดพ้นจากการครอบงำในด้านความคิดจึงส่งผลให้ผลงานที่แต่งขึ้นในสมัยนี้มีความสวยสดงดงามทำให้พัฒนาการของวงออร์เคสตรามาถึงจุดที่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากมีการใช้สีสันของเครื่องดนตรีที่แตก ต่างกันมาใช้ในการแต่งเพลงจึงมีความหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีเข้า ไปเพื่อรองรับความคิดดังกล่าว เพื่อคุณภาพของเสียงที่แสดงพลังอำนาจของวงออร์เคสตราอย่าง แท้จริงจึงทำให้วงออร์เคสตราในสมัยนี้มีขนาดใหญ่ เนื่องจากความเจริญในทุก ๆ ด้านของสมัยนี้จึงทำให้ขนาดของวงออร์เคสตรามีความแตก ต่างกันออกไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจรวมถึงความเจริญทางด้านเทคโนโลยีได้มีการผลิต เครื่องดนตรีที่ใช้ไฟฟ้าที่เราเรียกว่า ซินธิไซเซอร์ซึ่งสามารถปรับแต่งเสียงเครื่อง ดนตรีได้เกือบทุกชนิด บางครั้งนำเข้ามาบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตรา จึงทำให้วงออร์เคสตราใน สมัยนี้มีหลายขนาด โดยปกติมักแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ วงออร์เคสตราขนาดเล็กมักประกอบด้วย ผู้เล่นไม่เกิน 60 คน และวงออร์เคสตราขนาดใหญ่มักประกอบด้วยผู้เล่นประมาณ 80 -100 คน ซึ่งจำนวนเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ประพันธ์เพลงเช่นกันส่วนใหญ่ กลุ่มเครื่องสายจะเป็นอัตราส่วน 1 ใน 4 ของผู้เล่นทั้งหมด ส่วนเครื่องอื่น ๆ ก็แล้วแต่ความ เหมาะสมและความสมดุล

Thu, October 1 2015 » การศึกษา » Comments Off on ในสมัยนี้มีความสวยสดงดงามทำให้พัฒนาการของวงออร์เคสตรามาถึงจุดที่เป็นมาตรฐาน

การสนับสนุนและพัฒนาวงดนตรีออร์เคสตร้า


วงดนตรีสากลที่นิยมบรรเลงกัน มีการประสมวงอยู่หลายลักษณะที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ วงเชมเบอร์ วงออร์เคสตรา วงคอมโบ และวงสตริงคอมโบซึ่งวงแต่ละประเภทก็จะมีการแบ่งแยกย่อยลงไปอีกตามลักษณะของเครื่องดนตรีที่นำเข้ามาใช้และจำนวนนักดนตรีที่ร่วมบรรเลง รวมไปถึงบทเพลงที่ใช้บรรเลงด้วย สำหรับวงดนตรีออร์เคสตราซึ่งเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่มีนักดนตรีจำนวนมาก เครื่องดนตรีมีหลายชนิด จำเป็นจะต้องมีวาทยกรหรือคอนดักเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมวง เพื่อให้การบรรเลงดนตรีดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

วิวัฒนาการของวงออร์เคสตร้าเริ่มขึ้นในราว ค.ศ. ๑๖๐๐ ช่วงระยะเวลา ๔๐๐ ปี ทำให้ลักษณะของวงออร์เคสตร้าแตกต่างกันออกไปตามยุคตามสมัยของดนตรี ในยุคปัจจุบันขนาดของวงออร์เคสตร้าในปัจจุบันแตกต่างกันไปตามสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายของการบรรเลงเพลงด้วย โดยปกติจะแบ่งวงออร์เคสตร้าเป็น 2 ลักษณะคือวงออร์เคสตร้าขนาดเล็ก มักจะมีผู้เล่นไม่เกิน ๖๐ คน และวงออร์เคสตร้าขนาดใหญ่ มักจะมีผู้เล่นประมาณ ๘๐-๑๐๐ คน ซึ่งสองในสามของนักดนตรีจะเป็นกลุ่มเครื่องสาย หนึ่งในสี่จะเป็นนักดนตรีในกลุ่มเครื่องลม และเครื่องลมทองเหลือง ส่วนเครื่องตีจะเป็นนักดนตรีประมาณ ๔-๕ คน อัตราส่วนของการจัดวงออร์เคสตร้าเช่นนี้ ทำให้เสียงดนตรีที่ได้มีความสมดุลและเหมาะสม สำหรับวงดนตรีออร์เคสตราที่ใช้บรรเลงเพลงประเภทซิมโฟนีซึ่งเป็นบทเพลงที่มีการพัฒนาจนสมบรูณ์ที่สุด ซึ่งวงออร์เคสตราหรือวงดุริยางค์สากลมักใช้ประกอบการแสดงอุปรากรหรือโอเปราซึ่งจะใช้ผู้แสดงวงดนตรีไม่เกิน ๖ คน การแสดงเพื่อฟังเพลงโดยเฉพาะ

เครื่องดนตรีที่ใช้ในวงออเคสตร้า

– กลุ่มเครื่องสาย (Strings) ได้แก่  ไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิลเบส และฮาร์ป
– กลุ่มเป่าลมไม้ (Woodwind) ได้แก่   ปิโกโล ฟลุต โอโบ คอร์อังแกลส์ คลาริเน็ต บาสซูน เบสคลาริเน็ต และคอนทราบาสซูน
– กลุ่มเป่าลมทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต ทรอมโบน ทูบา และเฟรน์ฮอร์น
– กลุ่มเครื่องตีและเครื่องประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ กลองใหญ่ ฉาบ ไทรแองเกิล กรับสเปนหรือแคสทาเน็ตส์ รำมะนาหรือแทมบูรีน เบล ก๊อง กลองทิมปานี และไซโลโฟน

Wed, August 19 2015 » การศึกษา » Comments Off on การสนับสนุนและพัฒนาวงดนตรีออร์เคสตร้า

วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้

s3

ออร์เคสตราเป็นภาษาเยอรมันตามความหมายรูปศัพท์ หมายถึง สถานที่เต้นรำซึ่งหมายถึงส่วนหน้าของโรงละครสมัยกรีกโบราณ ที่ใช้เป็นที่เต้นรำและร้องเพลง ของพวกนักร้องประสานเสียงสำหรับดนตรีตะวันตก ออร์เคสตรามีความหมายถึงวงซิมโฟนี ออร์เคสตรา ได้แก่ วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 18 คำว่า ออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี ซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามคำนี้ยังคงใช้ในอีกความหมายหนึ่ง คือ พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวทีละคร และโรงแสดงคอนเสิร์ต

ระยะต่อมาในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อเริ่มกำหนดจำนวนเครื่องดนตรีลงในบทเพลง การพัฒนาวงออร์เคสตราจึงเริ่มมีขึ้น ซึ่งในระยะแรกเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เคสตรา ซึ่งมีจำนวนผู้เล่นประมาณ 10-25 คน โดยบางครั้งอาจจจะมีมากกว่านี้ตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 วงออร์เคสตรามีการเพิ่มเครื่องลมไม้ และตอนปลายของยุคบาโรค ผู้ประพันธ์เพลงนิยมบอกจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะในออร์เคสตรา

ราวกลางศตวรรษที่ 18 วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้ คือ ยุคคลาสสิก ซึ่งเหตุผลประการหนึ่ง คือ บทเพลงประเภทซิมโฟนีเป็นรูปแบบขึ้นมาในยุคนี้ จึงทำให้ต้องมีการจัดวงออร์เคสตราให้มีมาตรฐาน เพื่อใช้เล่นเพลงซิมโฟนี นอกจากนี้การบรรเลงบทเพลงประเภทคอนแชร์โต โอเปร่า และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนาก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาวงออร์เคสตราเป็นแบบแผนขึ้น แม้ว่าวงซิมโฟนีออร์เคสตราในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ยังคงมีบทบาทสำคัญในดนตรีตะวันตก ปัจจัยทางเศรษฐกิจก็มีส่วนในการกำหนดขนาดวงออร์เคสตราหรือแนวทางการประพันธ์เพลงเพื่อใช้กับวงออร์เคสตรา แต่สิ่งนี้ก็มิได้กีดกั้นการสร้างสรรค์ผลงานประเภทที่ใช้วงออร์เคสตราของผู้ประพันธ์เพลงแต่อย่างใด

Tue, July 28 2015 » การศึกษา » Comments Off on วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้

กิจกรรมชมรมดนตรีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน

1235094_681278685233594_798544836_n
การแสดงออกทางด้านดนตรี นอกจากเป็นไปเพื่อความบันเทิงแล้วยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจให้กับผู้ทำกิจกรรม รวมถึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้นิสิตหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถ รวมทั้งผู้ที่สนใจในด้านดนตรีได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ จากความสำคัญดังกล่าวทางชมรมดนตรีจึงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาดังกล่าว และได้เล็งเห็นช่องทางที่จะให้นิสิตหรือผู้ที่สนใจได้มีการแสดงออกในทางที่ถูกต้อง จึงได้จัดกิจกรรมโครงการเพิ่มทักษะในศาสตร์ด้านดนตรีกับชมรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะให้นิสิตผู้ที่สนใจมีความชำนาญในศาสตร์ทางด้านดนตรีมากขึ้น

ดนตรี ถือเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทุกชีวิตย่อมมีดนตรีในหัวใจ ชมรมดนตรีก่อกำเนิดจากรสนิยมทางด้านดนตรีของนักเรียนโดยผ่านกระบวนการฝึกประสบการณ์เพิ่มเติมของเด็กๆ บทบาทที่สำคัญคือเติมสีสันให้ทุกกิจกรรมในโรงเรียน เช่นกิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมเปิดงานต่างๆ กิจกรรมรณรงค์ ฯลฯ ชมรมถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เพิ่มเติมให้กับผู้เรียนที่มีความสนใจในกิจกรรมดนตรี โดยมีการสนับสนุนด้วยดีจากทางโรงเรียน การเห็นคุณค่าต่อการจัดการเรียนการสอนดนตรีในโรงเรียนที่เป็รมรดกและภูมิปัญญาของคนไทย ได้รวบรวมนักเรียนที่สนใจในกิจกรรมดนตรีจัดตั้งชมรมดนตรีโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้กล้าแสดงออกและอนุรักษ์มรดกของชาติไทยให้คงอยู่สืบไป

เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความถนัด ความสนใจ ตามความต้องการของผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อการค้นพบความถนัดความสนใจของตนเอง และพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนาทักษะของสังคม และปลูกฝังจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านการเล่นดนตรีซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สร้างสรรค์ให้นักศึกษากล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง การเล่นดนตรีและการร้องเพลงช่วยทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาหันมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด โดยมีนักศึกษาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

Tue, April 28 2015 » การศึกษา » Comments Off on กิจกรรมชมรมดนตรีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน

การศึกษาดนตรีบำบัดเพื่อรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล

การนำดนตรีมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยหรือพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะทางสังคม ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มในทุกช่วงวัย อีกทั้งยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่อยากเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง โดยมีดนตรีเป็นเครื่องมือและสื่อกลางในการบำบัด เพราะดนตรีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่ใช้ในการแสดงความรู้สึกและรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น ยามที่คนเราไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาทางคำพูดได้ เราสามารถเล่นดนตรีหรือร้องเพลงเป็นการระบายความรู้สึกออกมาแทน เพราะฉะนั้นดนตรีจึงสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกทางบวกและผ่อนคลายความตึงเครียดได้

ปัจจุบันการรักษาทางเลือก เริ่มมีบทบาทชัดเจนว่ามีส่วนช่วยการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นการสื่อสาร การดูแลไปถึงสุขภาพของคนไข้สำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพใจ เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดผล ตอนนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆก็เริ่มเห็นความสำคัญโดยนำดนตรีและศิลปะบำบัด เข้าไปเป็นส่วนร่วมในการบำบัดรักษามากขึ้นของศิลป์บำบัดที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด เพื่อสร้างสภาวะสมดุล ซึ่งสภาวะสมดุลนั้นไม่ใช่สภาวะที่ดีที่สุด หรือแข็งแรงที่สุด แต่เป็นสภาวะสมดุลที่จะทำให้ชีวิตนั้น สามารถดำรงอยู่ต่อไปอย่างสบายดีหรือสบายใจ

ดนตรีบำบัด คือศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำดนตรีหรือองค์ประกอบอื่นๆทางดนตรีมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับเปลี่ยน พัฒนา และคงรักษาไว้ซึ่งสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม โดยนักดนตรีบำบัดเป็นผู้ดำเนินการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ผ่านทางกิจกรรมทางดนตรีต่างๆอย่างมีรูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจน มีหลักเกณฑ์ และระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเป้าหมายของดนตรีบำบัดไม่ได้เน้นที่ทักษะทางดนตรี แต่เน้นในด้านพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบุคคลที่มารับการบำบัด สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายบริบท เช่น ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์

ดนตรีบำบัดในโรงพยาบาล

1.กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ
2.ช่วยเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ
3.ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ก้าวร้าว รุนแรง อยู่ไม่นิ่ง ร่วมกับพฤติกรรมบำบัด และการบำบัดโดยใช้ยา
4.ช่วยให้สงบ และนอนหลับได้ ในผู้ที่มีความกลัว ความเครียด ร่วมกับการปรับสิ่งแวดล้อม และการใช้ยา
5.ปรับเปลี่ยนอารมณ์ ร่วมกับการใช้ยา และจิตบำบัดในโรคซึมเศร้า
6.เสริมในกระบวนการบำบัดต่างๆทางจิตเวช
7.ลดความเจ็บปวดร่วมกับการใช้ยาแก้ปวดดนตรีบำบัดในโรงเรียน

Tue, February 24 2015 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาดนตรีบำบัดเพื่อรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ความสำคัญในการศึกษาดนตรีอยู่ที่การ สร้างและพัฒนาทั้งผู้ฟัง ผู้แสดง ครูดนตรี และนักวิชาการทางดนตรี


ดนตรี เป็นศิลปะประเภทมองไม่เห็น ใช้เสียงเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สึกการสะเทือนอารมณ์ ใช้เวลาเป็นการกำหนดขอบเขต แสดงจุดเริ่มต้นและการจบการใช้เสียงวาดลวดลายต่างๆ ลงไปบนช่องว่างของเวลาประดุจจิตรกรกำลังใช้ปลายพู่กันวาดลายเส้นอยู่บนผืนผ้าใบ ความงามของเสียงแต่ล่ะเสียงความปราณีตของอารมณ์แต่ล่ะอารมณ์ จะถูกถ่ายทอดมายังผู้ฟัง ซึ่งจำเป็นต้องมีภูมิความรู้ในการฟังดนตรีเป้นย่างดีเช่นเดียวกับผุ้ที่ชอบม้า ก็พยายามเรียนรู้เรื่องของม้าให้มากที่สุดหรือผู้ที่ชอบหนังสือก็ต้องขวนขวายหาหนังสือมาอ่านให้ถึงที่สุด

การศึกษาดนตรี จำเป็นต้องมีพื้นฐานและองคืประกอบการศึกษาหลายด้าน เช่นในด้านสังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ การศึกษาในแง่ของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเผ่าพันธ์มนุษย์แต่ล่ะเผ่า การศึกาในแง่ภูมิศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ สภาพภูมิประเทศ ตลอดถึงทรัพยากร วัสดุต่างๆที่หาได้งายในแต่ล่ะสภาพท้องถิ่น หรือการศึกษาในแง่ของภาษาศาสตร์ที่จำเป้นมากในการเรียนดนตรีเช่นคนภาคกลาง ไปฟังดนตรีพื้นเมืองหรือหมอลำทางอีสาน ส่วนใหญ่ฟังม่ค่อยได้เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา ถ้าต้องการสึกษาดนตรีทั่วโลกที่จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาทั่งโลกเช่นเดียวกัน

ดนตรีเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง มีโครงสร้างใหญ่ เช่นเดียวกับภาษาศาสตร์ คือมีภาษาพูด(ใช้วิธีการต่างๆ กันหลายวิธี เช่นการบรรเลงด้วยการใช้เสียงจากร่างกาย  เช่นการร้องเพลงหรือการพูดเป็นทำนองดนตรีหรือการบรรเลงด้วยเครื่องดนตรี) มีภาษาเขียน ใช้สัญลักษณ์โดยทั่วไปเรีบกว่า” โน้ต” เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ทางภาษาที่มีตัวอักษร พยัญชนะ สระและมีหลักไวยากรณ์ สำหรับข้อบังคับกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น Harmonic ในดนตรีสากลและใช้กลอน( counter  point) ในดนตรีไทยนอกจากนี้ก็มีประวัติดนตรี(History Of Music) เช่นเดียวกับประวัติความเป็นมาของภาษาต่างๆ

ในการค้นคว้าหลักฐานประวัติความเป็นมาของเครื่องดนตรีแต่ล่ะชนิด นอกจากการศึกษาด้านสังคมศาสตร์แล้วยังต้องประกอบกับการพิจารณาอีกในหลายๆด้าน   เช่นหลักการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่จะเริ่มจากสิ่งเล็กไปหาสิ่งใหญ่เสมอหรือจากสิ่งที่ง่ายๆไปหาสิ่งที่ยากกว่า เช่น เครื่องดนตรีที่มีสายเส้นเดียวควรจะเกิดก่อนเครื่องดนตรีที่มี 2 หรือ 3 สาย หรือจากสภาพภูมิศาสตร์ดินแดนแถบทะเลทราย มนุษย์ที่อยู่บริเวณที่อยู่บริเวณนี้ต้องอพยพย้ายถิ่น ส่วยใหญ่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้อยู่รอด  เมื่อท้องยังหิวอยู่  การใช้สติปัญญามาประดิษฐ์สิ่งปราณีตละเอียดอ่อนย่อมเกิดขึ้นยาก

ฉะนั้น มนุษย์เผ่าใดที่มีความเจริญในด้านวิทยาการทุกๆด้านเจริญดีแล้ว บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็นเป็นปกติสุขวิทยาการด้านดนตรีจึงจะเจริญไปถึงระดับสูงสุดเฉกเช่นเดียวกับดนตรีไทยของชนชาติเราชาวไทย

Sat, January 10 2015 » การศึกษา » Comments Off on ความสำคัญในการศึกษาดนตรีอยู่ที่การ สร้างและพัฒนาทั้งผู้ฟัง ผู้แสดง ครูดนตรี และนักวิชาการทางดนตรี

การจัดกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรีในสถานศึกษา

ในยุคปัจจุบันการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนเนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน มีความสนใจและความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าโรงเรียนได้จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน ประเทศของเราจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความสามารถยอดเยี่ยมและหลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล และเราก็สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

การร้องเพลงและเล่นดนตรีเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ฝึกสมาธิและเกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยรักในการร้องเพลงและเล่นดนตรีให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จัดขึ้น ดังนั้นจึงได้จัดการประกวดวงดนตรีและร้องเพลงขึ้นเพื่อส่งเสริมการเล่นดนตรีและขับร้อง มีจุดประสงค์หลักในการประกวดเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรี ได้มีเวทีให้การแสดงความสามารถ และเพิ่มพูนประสบการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นดนตรีและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด

ดนตรีก่อให้เกิดความรู้สึกที่อ่อนโยน จิตใจแจ่มใสร่าเริง มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด จึงควรส่งเสริมให้นักเรียนหันมาเล่นดนตรี และร่วมกิจกรรมทางดนตรีสากล เพื่อให้เกิดความบันเทิงทางจิตใจ ความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะและยังเป็นการพัฒนาทักษะทางดนตรีที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย และให้นักศึกษากล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักผ่อนคลาย สร้างความเพลิดเพลิน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะสามารถเป็นพื้นฐานและนำไปเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต หรือการเป็นมืออาชีพด้านดนตรีในโอกาสต่อไป

ผลคาดว่าที่จะได้รับจากการจัดงาน

1.ผู้เข้าร่วมประกวดได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางด้านดนตรีสู่สาธารณะชน
2.สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติในเยาวชนไทย
3.เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้เยาวชนรักดนตรีและรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
4.สามารถส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการจัดดำเนินงาน และเรียนการทำงานเป็นทีม ตลอดจนกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
5.เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกจิตสำนึกของเยาวชนไทยให้รู้ เข้าใจ และตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติดและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีต่อเยาวชนและสังคมไทยในปัจจุบัน
6.สามารถประชาสัมพันธ์เครือข่าย ฯ และกิจกรรมของเครือข่าย ฯ ให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

Fri, December 19 2014 » การศึกษา » Comments Off on การจัดกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรีในสถานศึกษา

เรียนรู้บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

 

วงออร์เคสตราในปัจจุบัน มีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย วันนี้เราจะพามารู้จักกับวงออร์เคสตรากันค่ะ ว่ามีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ซิมโฟนี (Symphony)

เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆ ที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ซึ่ง นิยมในยุคคลาสสิก (1750-1820) ส่วนใหญ่ประพันธ์โดยไฮเดิน (106 บท) โมซาร์ท (ประมาณ 50 บท) ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ เช่น ชูเบิร์ต ชูมานน์ เป็นต้น ซิมโฟนีโดยปกติ ประกอบด้วย 3-4 ท่อน โดยรูปแบบจังหวะแต่ละท่อนเป็นเร็ว-ช้า-เร็ว หรือ เร็ว-ช้า-เร็ว ปานกลาง-เร็ว

คอนแชร์โต (Concerto)

เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก ด้านรูปแบบมีลักษณะคล้ายกับซิมโฟนีแต่มีเพียง 3 ท่อน ประกอบด้วย เร็ว-ช้า-เร็ว คอนแชร์โตที่นิยม คือ เปียโนคอนแชร์โตและไวโอลินคอนแชร์โต

โอเปรา (Opera)

เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก โอเปราแบ่งได้ 2 ประเภท คือ โอเปรา ซีเรีย (Opera Seria) เป็นเรื่องราว เกี่ยวกับชนชั้นสูง เนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม ความรัก และโอเปรา ชวนหัว (Comic Opera, Opera buffa) เนื้อหาเป็นเรื่องสามัญชนทั่วไป แนวสนุกสนาน ตลกขบขัน ดำเนินเรื่องรวดเร็ว
บางโอกาสอาจมีโอเปราอีก 2 ประเภท คือ โอเปเรตตา (Operetta) เป็นโอเปราขนาดเล็ก มีแนวสนุกสนานทันสมัย ใช้การพูดแทนการร้องในบทสนทนา และคอนทินิวอัสโอเปรา (Continuous Opera) เป็นโอเปราที่ใช้ดนตรีเชื่อมโยงเรื่องราวตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

ดนตรีบรรยายเรื่องราว (Simphonic poem)

เป็นบทเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสื่อความหมายต่างๆ หรือเล่าเรื่องราวตามความมุ่งหมายของ ผู้ประพันธ์ ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพในลักษณะการเลียนเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล นกร้อง เป็นต้น บทเพลงประเภทนี้จะสื่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างชัดเจน เกิดขึ้นใน ยุคโรแมนติกและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

บัลเลต์ (Ballet)

เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับประกอบการแสดงละครคล้าย โอเปร่า แต่ไม่มีบทร้อง ผู้แสดงใช้การเต้นบรรยายแทนการสนทนา ผู้ประดิษฐ์ท่าทางมีความสำคัญมากเพราะต้องสื่อเนื้อหาที่เข้ากับดนตรีและเนื้อเรื่อง ดนตรีบัลเลต์จัดเป็นดนตรีที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตร้าที่มีความไพเราะสามารถฟังได้โดยไม่ต้องมีการแสดงประกอบแต่ประการใด

Sat, November 15 2014 » การศึกษา » Comments Off on เรียนรู้บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

การศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา

บทประพันธ์ประเภทที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรามีหลายประเภท เช่น ซิมโฟนี ดนตรีบรรยายเรื่องราว โอเปรา เป็นต้น การประพันธ์เพลงสำหรับวงออร์เคสตราเป็นศิลปะและศาสตร์ที่จะต้องศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องดนตรีในวงออร์เคสตรามีหลายชนิด ผู้ประพันธ์ต้องศึกษาเกี่่ยวกับธรรมชาติของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ข้อจำกัดของเครื่องดนตรีเพื่อจะวางแนวการประพันธ์ให้เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ประพันธ์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งของทฤษฎีดนตรี ผู้ประพันธ์ในลักษณะนี้จะเป็นผู้คิดทำนองเพลงขึ้น เรียบเรียงเสียงประสานเพื่อวงออร์เคสตราด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งนักประพันธ์เพลงในลักษณะนี้เรียกว่า Composer ส่วนผู้ประพันธ์เพลงที่แต่งทำนองขึ้นมามักเรียกว่า Song writer และจะมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานต่างหาก ซึ่งมีหน้าที่นำทำนองเพลงมาสอดใส่เติมแต่งเรื่องการประสานเสียง การกำหนดเครื่องดนตรีที่จะบรรเลง ผู้ทำหน้าที่นี้เรียกว่า Arranger ซึ่งเพลงสมัยนิยมมักจะมีผู้เขียนเพลงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานคนละคนกัน จึงเห็นได้ว่า ผู้ประพันธ์เพลงคลาสสิกเป็นนักประพันธ์เพลงที่ต้องศึกษาดนตรีมาเป็นอย่างดี ต้องเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ทำนอง ตลอดจนทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียกว่าดนตรี นอกจากนี้บทเพลงประเภทคลาสสิกมักจะมีความยาวมาก เนื้อหาสาระในบทเพลงจึงต้องมีมากตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า บทเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคนตราเป็นโน้ตดนตรีที่เขียนให้แต่ละเครื่องมือใช้บรรเลง โน้ตเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตราจึงต้องมีการแยกออกไปเป็นของแต่ละเครื่องมือ นอกจากนี้ยังมีโน้ตที่รวมเครื่องดนตรีไว้ด้วยกัน เรียกว่า สกอร์ ( Scores ) เพื่อให้ผู้อำนวยเพลงใช้ในการกำกับวงออร์เคสตรา เพื่อให้ผลรวมของการบรรเลงออกมาเป็นบทเพลงเดียวกัน ผู้อำนวยเพลงจึงมีความสำคัญมากในวงออร์เคสตรา เพราะต้องคอยฟังและดูโน้ตเพลงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลงที่เขียนเอาไว้

โน้ตเพลงของผู้อำนวยเพลงมีรูปแบบที่แน่นอน โดยมีการจัดแบ่งโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละขนิดแยกออกจากกันเป็นแนว ๆ ไป โดยมีการเีรียงลำดับจากบรรทัดบนลงมาถึงบรรทัดล่างสุด ดังนี้ เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องตี ฮาร์พ เครื่องสายต่าง ๆ ถ้ามีแนวร้อง อาจจะอยู่เหนือแนวของเครื่องสาย หรืออยู่ระหว่างแนวของ วิโอลาและเชลโล

วงออร์เคสตราจัดได้ว่าเป็นวงดนตรีมาตรฐานสำหรับการบรรเลงดนตรีคลาสสิก บทเพลงที่ใช้บรรเลงกับวงออร์เคสตรามีอยู่หลายประเภทดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น เพลงซิมโฟนี เพลงบรรยายเรื่องราว อุปรากร ( Opera ) เป็นต้น นอกจากนี้ในสมัยปัจจุบันมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานหลายคนนำเอาเพลงสมัยนิยมมาเรียบเรียงเสียงประสานให้วงออร์เคสตราบรรเลง ซึ่งอาจหาฟังได้ทั่วไป

บทบาทของวงออร์เคสตรามีมากมายในดนตรีประเภทคลาสสิกและดนตรีประเภทอื่น ๆ การเรียนรู้เรื่องวงออร์เคสตราจึงสามารถทำให้ผู้ฟังเข้าใจดนตรีได้ดีขึ้น และเป็นพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องบทเพลงประเภทต่าง ๆ เป็นลำดับไปด้วย

Sat, October 11 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา

การริเริ่มเรียนรู้ดนตรีตั้งแต่ยังเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่

ดนตรีก่อเกิดเพราะการได้ยินเสียงจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวของมนุษย์ มีการรับรู้ เลียนแบบ ศึกษาจังหวะ ระดับเสียง ความดัง-เบา ความกลมกลืนและแตกต่างของเสียงแต่ละประเภท จากใกล้ตัวที่สุดคือชีพจรการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวร่างกาย ไปถึงเสียงจากธรรมชาติและสัตว์นานา ดนตรีสากลหรือดนตรีตะวันตกมีพื้นฐานจากความมุ่งหวังไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า จากหลักปรัชญากรีกโบราณในราวช่วงปี 800 ก่อนคริสตกาล ที่เน้นความสำคัญของการสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการเล่นกีฬา และงดงามของจิตใจด้วยศิลปะ บทกวี ดนตรี การละคร และระบำรำฟ้อน เพื่อสร้างสรรค์ให้มนุษย์สมบูรณ์

ยุคสมัยต่างๆเป็นตัวแบ่งเหตุการณ์ต่างๆบนโลก โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ สมัยอารยธรรมโบราณ สมัยต้นและกลางคริสต์ศตวรรษ สมัยบาโรค สมัยคลาสสิค สมัยโรแมนติค และสมัยปัจจุบัน การดนตรีในยุคต่างๆก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถบ่งบอกได้ว่ามาจากยุคใดและมีบทบาทอย่างไร ดนตรีในสมัยดึกดำบรรพ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากกว่าในสมัยปัจจุบัน เป็นการแสดงออกถึงจิตวิทยา สังคม ศาสนา สิ่งสักการะบูชา และภาษา เพลงทุกเพลงในสมัยดั้งเดิมจะต้องมีความหมายทั้งสิ้น การจะเข้าใจในเพลงนั้นๆอย่างถูกต้องแท้จริงจะต้องไปศึกษาจากชาวพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของบทเพลงนั้น

การเรียนดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก

จะได้เปรียบตรงที่กล้ามเนื้อมือและการเรียนรู้ของเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เด็กสามารถบรรเลงเทคนิคต่างๆ เรียนรู้ทฤษฎี และสามารถพัฒนาฝีมือการบรรเลงได้ดีขึ้นเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จนวันหนึ่งเด็กอาจสามารถทำได้ดีกว่าครูด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่จะพัฒนากล้ามเนื้อมือได้ไม่ดีเท่าเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนรู้ทฤษฎี ข้อปฏิบัติ และรับการถ่ายทอดจากครูได้ดีกว่าเด็ก เนื่องจากผู้ใหญ่มีสมองที่ได้รับการพัฒนาแล้วจึงมีความรู้ความเข้าใจที่จะสามารถประยุกต์และบูรณาการความรู้ได้มากกว่าเด็ก

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนดนตรี

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ คือการฝึกซ้อมและความตั้งใจ การเรียนดนตรีนั้นเป็นทักษะด้านการปฏิบัติ ดังนั้นยิ่งซ้อมก็ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งทำได้ดีขึ้น หากผู้เรียนยิ่งฝึกซ้อมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพัฒนาฝีมือได้มากเท่านั้น และยิ่งผู้เรียนพัฒนาขึ้นเท่าไหร่ก็เท่ากับว่าครูประสบความสำเร็จในการสอนมากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้เรียนสามารถพัฒนาได้เก่งมากกว่าครูผู้สอนก็ยิ่งเป็นความสำเร็จสูงสุดอย่างแท้จริงในการเรียนดนตรีของทั้งผู้สอนและผู้เรียน

Mon, September 29 2014 » การศึกษา » Comments Off on การริเริ่มเรียนรู้ดนตรีตั้งแต่ยังเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่

การศึกษาด้านวงดนตรีออร์เคสตราและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

4

ออร์เคสตราเป็นภาษาเยอรมันตามความหมายรูปศัพท์หมายถึง สถานที่เต้นรำซึ่งหมายถึงส่วนหน้าเวทของโรงละครสมัยกรีกโบราณที่ใช้เป็นที่เต้นรำและร้องเพลงของพวกนักร้องประสานเสียงออร์เคสตราเป็นคำที่ใช้กับวงดนตรีทุกประเภท เช่น วงดนตรีของชาวอินโดนีเซียเรียกว่า วงกาเมสันออร์เคสตรา หรือวงกากากุออร์เคสตราของญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับดนตรีตะวันตก ออร์เคสตรามีความหมายถึง วงซิมโฟนีออร์เคสตรา ได้แก่ วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายรวมทั้งเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลืองและเครื่องตี ความหมายของออร์เคสตราเปลี่ยนไปในสมัยกลางโดยหมายถึงตัวเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้น ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 18 คำว่าออร์เคสตราหมายถึงการแสดงของวงดนตรีซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างไรก็ตามคำนี้ยังคงใช้ในอีกความหมายหนึ่งคือพื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวทีละครและโรงแสดงคอนเสิร์ต

ในขณะที่การใช้เครื่องดนตรีเล่นทำนองเดียวกับการร้องในยุคเมดิอีวัลและริเนซองส์ แต่ไม่มีการระบุแน่นอนถึงเครื่องดนตรีหรือจำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงแต่ประการใดระยะต่อมาในศตวรรษที่ 16 เมื่อมี อุปรากรเกิดขึ้นความจำเป็นในการกำหนดจำนวนเครื่องดนตรีก็เกิดขึ้นเพราะต้องการให้เครื่องบรรเลงกลมกลืนกับเสียงร้องของนักร้อง ใน โอเปราเรื่องมอนเทแวร์ดิเริ่มกำหนดจำนวนเครื่องลงในบทเพลง การพัฒนาวงออร์เคสตราจึงเริ่มมีขึ้น ซึ่งในระยะแรกเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เคสตรา ซึ่งมีจำนวนผู้บรรเลงประมาณ 10 – 20 คน โดยบางครั้งอาจจะมีมากกว่านี้ตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง ในศตวรรษที่ 17 วงออร์เคสตรามีการเพิ่มเครื่องลมไม้และตอนปลายของยุคบาโรค ผู้ประพันธ์เพลงนิยมบอกจำนวนของเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลืองและเครื่องประกอบจังหวะในวงออร์เคสตรา

ราวกลางศตวรรษที่ 18 การเปลี่ยนแปลงวงออร์เคสตรามีอย่างมากมายเครื่องสายทุกชนิดมีการจัดระบบจนมีลักษณะคล้ายคลึงกับวงออร์เคสตราในปัจจุบัน โดยมีการนำเครื่องดนตรีบางชิ้นมาแทนที่เครื่องดนตรีที่เคยใช้กัน เช่น การนำฟลูท มาแทนขลุยริคอเดอร์ การเพิ่มคลาริเนท เข้ามาในกลุ่มเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ เป็นต้น กล่าวได้ว่าวงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนเป็นมาตรฐานในยุคนี้ คือยุคคลาสสิกซึ่งเหตุผลประการหนึ่งคือบทเพลงซิมโฟนีเป็นรูปแบบขึ้นมาในยุคนี้ จึงทำให้ต้องมีการจัดวงออร์เคสตราให้มีมาตรฐานเพื่อใช้เล่นเพลงซิมโฟนี  นอกจากนี้การบรรเลงบทเพลงประเภทคอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาวงออร์เคสตราเป็นแบบแผนขึ้น กล่าวคือการมีเครื่องดนตรีครบทุกประเภท ได้แก่ เครื่องสาย เครื่องลมไม้ เครื่องเป่าและเครื่องตี โดยในแต่ละเครื่องดนตรีมีเครื่องดนตรีพื้นฐานครบถ้วนกล่าวคือในกลุ่มเครื่องสายประกอบด้วย ไวโอลิน วิโอลา วิโอลอนเชลโลและดับเบิลเบส ในกลุ่มเครื่องลมไม้ประกอบไปด้วย ฟลุท คลาริเนท โอโบ บาซูน ในกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองประกอบด้วย ฮอร์น ทรัมเปท ทรอมโบนและทูบา ในกลุ่มเครื่องตี มักจะมีกลองทิมพานี กลองใหญ่และเครื่องทำจังหวะอื่น ๆ การจัดวงรายละเอียดจะมีแตกต่างกันไปบ้างตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง เช่น บางครั้งอาจจะมี ฮาร์พ ปิกโกโล เพิ่มเข้าไปด้วยเป็นต้น

Wed, August 27 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาด้านวงดนตรีออร์เคสตราและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

วงดนตรีออเคสตร้าเป็นวงที่ได้รับความสนใจจากหลายสถาบันการศึกษา

วงออร์เคสตรา หรือวงดุริยางค์ เป็นภาษาเยอรมัน ที่หมายถึง สถานที่เต้นรำ เป็นส่วนหน้าเวทีของโรงละครสมัยกรีกโบราณในยุคกลาง ความหมายได้เปลี่ยนเป็นเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้นและใน กลางศตวรรษที่ 18 วง ออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน อีกนัยหนึ่งก็ยังหมายถึง พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวที ละคร และการแสดงคอนเสิร์ต

ในระยะแรกการใช้เครื่องดนตรีไม่มีการระบุแน่นอนว่ามีการบรรเลงเป็นอย่างไร ต่อมาในระยะศตวรรษที่ 16 มี โอเปราเกิดขึ้นทำให้มีความจำเป็นต้องการให้มีการบรรเลงกลมกลืนกับนักร้องจึง เริ่มมีการกำหนดเครื่องดนตรีลงในบทเพลงโดยเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เค สตรา (String Orchestra) มีผู้เล่นจำนวน 10-25 คน ในศตวรรษที่ 17 เริ่มมีการเพิ่มเครื่องลมไม้ และในตอนปลายยุคบาโรก (ประมาณ ค.ศ. 1750) ผู้ประพันธ์เพลงเริ่มระบุจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด มีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะ

วงออร์เคสตราเริ่มมีการพัฒนารูปแบบจนได้มาตรฐานในยุค คลาสสิก (ศตวรรษที่ 18) บทเพลงประเภทซิมโฟนีมีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ บทเพลงประเภท คอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนา

นอกจากนี้ในวงออร์เคสตรายังมีเครื่องดนตรีแต่ละประเภทครบถ้วน คือ ในกลุ่มเครื่องสายประกอบด้วย ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส ในกลุ่มเครื่องลมไม้ ประกอบด้วยฟลูต คลาริเน็ต โอโบ บา สซูน ในกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองประกอบด้วย ฮอร์น ทรัมเป็ต ทรอมโบน และทูบาและในกลุ่มเครื่องตีประกอบด้วย กลองทิมปานี กลองใหญ่ และเครื่องประกอบจังหวะอื่นๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง

ต่อมาในยุคโรแมนติก วงออร์เคสตราเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่และสื่ออารมณ์ของบทเพลงให้ชัดเจน ความนิยมในบทเพลงประเภทบรรยายเรื่องราว (Symphonic poem) ทำให้วงออร์เคสตรามีผู้แสดงถึง 100 คน และนับว่าเป็นการพัฒนาถึงขีดสุดจนถึงยุคศตวรรษที่ 20 เนื่องจากผลกระทบหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้วงมีขนาด ลดลงซึ่งในการจัดวงนั้นก็ขึ้นกับปัจจัยทางสังคม เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น เช่นเดียวกับการประพันธ์บทเพลง

และในปัจจุบันจะเห็นว่าหลายสถาบันนั้นให้การสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา มาเล่นดนตรีพวกนี้ และที่เห็นได้ชัดตามที่เป็นข่าวนั้นว่ามีสถบาบันดังได้มีการส่งนักเรียน นักศึกษาไปแข่งขันระดับโลกด้วย ซึ่งถือว่าวงดนตรีออเคสตร้านั้นได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น

Thu, July 31 2014 » การศึกษา » Comments Off on วงดนตรีออเคสตร้าเป็นวงที่ได้รับความสนใจจากหลายสถาบันการศึกษา

ดนตรีออเคสต้าช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก

ดนตรีสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมการสอนได้ และนำมาเป็นสื่อการสอนตามแนวคิด สามารถช่วยเสริมพัฒนาการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สมองเกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็ว ช่วยพัฒนาการด้านไหวพริบได้แทบทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเล่นดนตรีสามารถกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษา ตรรกะ มาจากการอ่านโน้ตและจังหวะของดนตรี เพราะการเล่นดนตรีเป็นการนำสมองหลายๆส่วนไปใช้งานพร้อมๆกันเพื่อประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ว่าตัวโน้ตมีจังหวะอย่างไร มีจังหวะอย่างไร และสื่ออารมณ์ให้ผู้ฟังอย่างไร ช่วยในด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนี้หากเล่นเป็นวงยังช่วยสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้กับเพื่อนร่วมวง เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ

เมื่อเร็วๆนี้ในประเทศออสเตรเลียได้มีการจัดวงดนตรีออเคสต้าขึ้นให้กับนักเรียนประถม 2,150 แห่ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการรวมวงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายฉบับ ทำให้ผู้ปกครองออกมาผลักดันให้มีการสอนดนตรีให้กับเด็กๆ เพราะในประเทศออสเตรเลียมีการเปิดสอนในวิชาดนตรีค่อนข้างน้อย งานวิจัยที่เป็นแรงผลักดันได้ยืนยันว่า ดนตรีมีส่วนช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ การเริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่เด็กจะได้เปรียบตรงที่ กล้ามเนื้อมือมีการเรียนรู้ได้ไวกว่าผู้ใหญ่ จนวันหนึ่งเด็กนั้นสามารถทำได้ดีกว่าครูด้วยซ้ำ เพราะเด็กมีการเรียนรู้ได้ไม่มีที่สิ้นสุด จากการวิจัยพบว่า จำนวนอาสาสมัครที่ได้รับการฝึกสอนทางด้านดนตรีควบคู่กับการเรียนตั้งแต่เด็กนั้น มีการพัฒนาสมองที่ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้เรียนด้านดนตรีมาอย่างต่อเนื่อง โดยยังระบุอีกว่าผู้ที่มีความสามารถทางด้านดนตรียังมีประสาทสัมผัสทางการได้ยินไวกว่าอาสาสมัครที่ไมได้เล่นดนตรี ถึงแม้อาสาสมัครจะไม่ได้เล่นดนตรีมา 40 ปีแล้วก็ตาม

จากที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าดนตรีมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ด้านต่างๆ โดยการเรียนการสอนโดยทั่วไปเริ่มมีการนำดนตรีเข้ามาสอดแทรกในเนื้อหาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ เช่น การท่อง a-z เป็นเพลง การจำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยการร้องเป็นทำนองเพลง เป็นต้น สำหรับกระบวนการสอนและการถ่ายทอด คงต้องมอบหน้าที่ให้กับครูผู้สอนหรือผู้ปกครองช่วยกันส่งเสริมให้เด็กๆหันมาเล่นดนตรี เพื่อพัฒนาศักยภาพ ความคิด ความฉลาด ให้ก้าวทันต่างชาติที่มีการพัฒนาทางด้านนี้ในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

Tue, June 24 2014 » การศึกษา » Comments Off on ดนตรีออเคสต้าช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก